แชร์

ทำไมถึงต้องทำประกันรถยนต์

อัพเดทล่าสุด: 18 มี.ค. 2025
59 ผู้เข้าชม
1. เพื่อลดความเสี่ยงต่อสิ่งที่ไม่คาดคิด

 

       อุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ เป็นเรื่องราวที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับถูกขโมยรถ รถถูกไฟไหม้หรือเจอผลกระทบภายนอกที่เมื่อเราไม่มีเงิน ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ไม่ดี เชื่อว่าทุกคนล้วนไม่อยากที่จะเสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า

ถึงแม้บางครั้งจะพยายามระมัดระวัง ขับรถดีมากแค่ไหน แต่ก็ย่อมเกิดความเสี่ยงขึ้น ในบางครั้งก็มีคนที่ขับมาเฉี่ยวชนรถยนต์ของคุณแถมยังไม่สามารถหาตัวผู้ก่อนเหตุหรือคู่กรณีได้ ซึ่งแทนที่จะเก็บเงินส่วนนั้นเอาไว้ใช้จ่าย แต่กลับต้องมารับผิดชอบจ่ายซ่อมรถเอง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้เบาบางลงถ้าหากคุณซื้อประกันรถยนต์ เอาไว้ เนื่องจากทางบริษัทประกันรถยนต์จะเข้ามารับผิดชอบและช่วยเหลือค่าเสียหายต่าง ๆ ตามวงเงินที่ได้ระบุตามเงื่อนไขในสัญญาประกันภัย ซึ่งทางบริษัทประกันรถยนต์ จะมีการรับผิดชอบและจ่ายอย่างครอบคลุมมากกว่า โดยที่ทางผู้เอาประกันภัยหรือเจ้าของรถจ่ายเบี้ยประกันแค่เพียงปีละหลักพันแต่สามารถที่จะครอบคลุมทุกความเสี่ยงจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่ได้รับ ในบางกรณีนั้น ทางเจ้าของรถยนต์ไม่ต้องออกเงินเองสักบาททั้งในด้านการซ่อมรถให้กับตนเองและการจ่ายค่าเสียหายให้แก่คู่กรณี

หลายคนมักจะคิดว่า การระมัดระวังตนเองดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องซื้อประกันรถยนต์ แต่ต้องบอกเลยว่า อุบัติเหตุ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอและไม่สามารถคาดเดาได้ และคุณจะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจำนวนมากเมื่อไม่มี ประกันภัยรถยนต์ ต้องเสียเงินที่เก็บออมเอาไว้เพื่อใช้จ่ายสำหรับเป็นค่าเสียหาย

ในหลายๆ ครั้งที่เกิดสถานการณ์ที่ย่ำแย่มากที่สุดอย่างการยึดทรัพย์เพื่อนำเงินไปใช้ในการจ่ายค่าเสียหาย เรียกได้ว่าการทำ ประกันภัยรถยนต์ จะช่วยแบกรับความเสี่ยงเมื่อยามเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ดีเลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่เพียงลดความเสี่ยงในการจ่ายค่าเสียหาย ค่าซ่อมรถและชดเชยต่างๆ เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน รูปแบบของกรมธรรม์รถยนต์ยังมีการให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการให้ยืมรถสำรองชั่วคราว ในบางแห่งสามารถเบิกค่าเดินทางในระหว่างที่รถส่งซ่อมหรือไม่มีรถแบบชั่วคราวได้อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังครอบคลุมไปถึงค่ารักษาพยาบาลทั้งสำหรับตัวคุณเอง ผู้เอาประกันภัย คู่กรณีและผู้โดยสารภายในรถ

 

 

2. ลดการปะทะกับคู่กรณี มีคนมาช่วยดีลและจัดการแทนเราได้
 

       ในหลายๆ ครั้งที่การประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน มักจะนำมาซึ่งการใช้อารมณ์ที่รุนแรง การโต้เถียงหรือไม่เข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างคู่กรณี รวมถึงการเจรจาที่อาจจะทำให้คุณต้องกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ การทำประกันรถยนต์ นั้นทางบริษัทประกันภัยจะมีเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี

ซึ่งสามารถเข้ามาพูดคุย ดีลและจัดการแทนคุณได้อย่างรวดเร็ว โดยปกติแล้ว ทางบริษัทประกันภัยรถยนต์จะให้ความคุ้มครองที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงแบบฉุกเฉิน คุณสามารถที่จะแจ้งเรื่องต่างๆ และทางเจ้าหน้าที่จะรีบมาจัดการให้คุณในทุกขั้นตอน เป็นการสร้างความอุ่นใจ ลดความตึงเครียดและการปะทะกับทางคู่กรณีได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

เพราะในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี ประชาชนล้วนมีความตึงเครียดสูงและกดดันเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางถนน ทางเจ้าหน้าที่ประกันภัยรถยนต์ จะมีความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขและการรับผิดชอบเป็นอย่างดี ทำให้คุณไม่ต้องกังวลถึงการรับผิดชอบค่าเสียหาย การเรียกร้องและข้อเสนอต่างๆ จากทางคู่กรณีทั้งในการตัวรถยนต์ ทรัพย์สิน ร่างกายและชีวิต ที่ทางบริษัทประกันรถยนต์สามารถจัดการได้ทุกขั้นตอน

 

3. มีวงเงินประกันตัวผู้ขับขี่หากเกิดเหตุร้ายแรง
 

       เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนไม่คาดคิดว่าทางผู้รับประกันภัยจะคุ้มครอง แต่ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะเมื่อเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น ซึ่งเมื่อถ้าหากมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต อุบัติเหตุจะกลายเป็นคดีอาญาที่จะต้องมีการพิจารณาคดี ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่รุนแรงและบานปลายพอสมควร แต่ถ้าหากคุณมี ประกันภัยรถยนต์ เอาไว้จะสามารถช่วยเหลือคุณได้เป็นอย่างดี โดยกรมธรรม์ดังกล่าว คือ การประกันตัวผู้ขับขี่คดีอาญา นั่นเอง

โดยอุบัติเหตุสามารถแบ่งคดีได้เป็น 2 แบบ คือ คดีแพ่ง ที่จะเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องค่าเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งทางบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบตามวงเงินที่ระบุเอาไว้ ส่วนอีกแบบหนึ่งคือ คดีอาญา มาจากการขับขี่โดยประมาท ที่ทำให้บุคคลอื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต 

ซึ่งทาง บริษัทประกันภัยรถยนต์ จะทำการช่วยเหลือผู้ขับขี่เพื่อต่อสู้กับคดี ช่วยไม่ให้ถูกคุมขังในระหว่างการดำเนินคดี ซึ่งทางบริษัทประกันจะรับผิดชอบการจ่ายในตลอดระยะเวลาที่พิจารณาคดีจนจบทั้งหมด 3 ศาลหรือจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

เงื่อนไขของการคุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่นั้นจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละบริษัท ในบางกรณีที่บริษัทจะไม่คุ้มครองก็มี เช่น ผู้เอาประกันภัยหลบหนีในระหว่างการพิจารณาคดีและถูกจับ, ผู้เอาประกันภัยก่ออุบัติเหตุด้วยการขับขี่โดยประมาท อย่างการส่งข้อความหรือพูดคุยโทรศัพท์ในระหว่างการขับขี่ หรือ การตรวจสอบได้ว่าผู้ขับขี่มีอาการมึนเมาและแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่ากำหนด
 

บทความที่เกี่ยวข้อง
"รถยนต์ไฮโดรเจน" VS "รถยนต์ไฟฟ้า" รถพลังงานไม่ได้มีแค่รถไฟฟ้านะ
“รถยนต์” ยานพาหนะที่เป็นที่นิยมมากที่สุด ในปัจจุบันกระแสการใช้พลังงานสะอาดและยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกำลังได้รับความนิยมอยากมาก จนได้มีการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า EV ออกมามากมายหลายรุ่นด้วยกันซึ่งสามารถพบได้ทั่วไปในท้องถนนที่เราคุ้นเคยกันดี ยังมีรถยนต์อีกประเภท นั่นก็คือ รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน นวัตกรรมใหม่ที่น่าจับตามอง ที่อาจจะกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญในตลาดรถยนต์ในอนาคต
อายุรถของคุณควรทำประกันภัยรถยนต์ชั้นใด
ในปัจจุบันนี้ ประกันรถยนต์มีหลากหลายประเภทด้วยกัน เพื่อเป็นตัวเลือกให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกประกันชั้นที่คิดว่าเหมาะสมและตอบโจทย์กับการใช้งานรถของตนเองให้ได้มากที่สุด ซึ่งหลายคนอาจต้องเคยถูกการแนะนำประกันภัยรถยนต์มาหลากหลายประเภท แต่ประกันชั้นไหนกันถึงจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและตอบโจทย์ที่สุด ในวันนี้เราจะพาไขข้อสงสัยกันว่า เพราะเหตุใด อายุรถของคุณ ควรทำประกันชั้นใด
พฤติกรรมการขับขี่ส่งผลต่อ “เบี้ยประกันรถยนต์” อย่างไร?
คุณเคยสงสัยไหมว่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่คุณจ่ายนั้นคำนวณมาจากอะไรบ้าง? นี่คือพฤติกรรมการขับขี่ที่เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการคำนวณเบี้ยประกันรถยนต์ที่เราควรรู้ไว้
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy